แค่ได้กลิ่น... ก็เสี่ยง! "มะเร็งปอด" โรคที่ไม่ไกลตัว

ในหลายพื้นที่สาธารณะ เรายังพบเห็นผู้สูบบุหรี่อยู่เป็นประจำ แม้ไม่ได้ตั้งใจ แต่กลิ่นและควันจากบุหรี่สามารถลอยไปถึงคนรอบข้างได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นในสวนสาธารณะ หรือแม้แต่ภายในบ้าน
หากคนใกล้ตัวสูบบุหรี่ในพื้นที่ปิดหรือไม่มีการระบายอากาศที่ดี คนรอบข้างก็มีความเสี่ยงรับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งอันตรายไม่แพ้การสูบเอง
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด "มะเร็งปอด" มีหลายปัจจัย เช่น
- - การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของมะเร็งปอด มากถึง 80–90% ของผู้ป่วย ทั้งผู้สูบเอง และผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง
- - สารก่อมะเร็งในสิ่งแวดล้อม คือ มลพิษทางอากาศ
- - การสัมผัสแร่ใยหิน, ก๊าซเรดอน, สารเคมีจากโรงงาน
- - พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเคยป่วยเป็นมะเร็งปอด ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น
- - โรคปอดเรื้อรัง เช่น วัณโรค หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
- - วิถีชีวิตและอาหาร การรับประทานอาหารที่ไขมันสูง ผักผลไม้ไม่เพียงพอ และขาดการออกกำลังกาย
*สรุปง่าย ๆ ปัจจัยเสี่ยงหลัก คือการสูบบุหรี่ แต่แม้ไม่สูบ ก็ยังมีโอกาสเป็นได้จากมลพิษ พันธุกรรม หรือโรคประจำตัว
อาการเริ่มต้นของ "มะเร็งปอด" (มักไม่ชัดเจน!)
ทำให้หลายคนมักตรวจพบเมื่อโรคลุกลามแล้ว แต่สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่
- ไอเรื้อรังนานหลายสัปดาห์ หรือไอมีเสมหะปนเลือด
- หายใจติดขัด หอบง่าย หรือมีเสียงวี๊ด
- เจ็บแน่นหน้าอกเวลาหายใจหรือไอ
- เสียงแหบโดยไม่ทราบสาเหตุ
- น้ำหนักลด หรือเบื่ออาหารโดยไม่ตั้งใจ
- เหนื่อย อ่อนเพลียผิดปกติ
การป้องกันโรคมะเร็งปอด
- เลิกสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
- หลีกเลี่ยงฝุ่นและสารเคมีอันตราย
- ทานอาหารที่มีประโยชน์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ตรวจสุขภาพปอดเป็นประจำ
หากมีความกังวลใจ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคมะเร็งปอด เช่น สูบบุหรี่ มีประวัติในครอบครัว หรือมีอาการผิดปกติที่ปอด แนะนำ ให้มาพบแพทย์เพื่อประเมินอาการอย่างเหมาะสม